การนอนหลับที่ดี เป็นอาหารสำคัญของสมอง

โดย ผศ.นพ. จักรพันธ์ สุศิวะ

Post : 07/11/2550 16:12      Last Update: 07/11/2550 16:12
 
     

 
การนอนหลับที่ดี เป็นอาหารสำคัญของสมอง
จักรพันธ์ สุศิวะ
กุมารแพทย์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช
     การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญมีคุณค่าอย่างยิ่งในการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก หลายครั้งมีผู้ที่ไม่ให้ความสำคัญในการนอน มองว่าการนอนเป็นเรื่องที่ทำให้เสียเวลา นับได้ว่าเป็นการละเลยต่อช่วงเวลาที่มีคุณค่า มีความสำคัญในการเก็บสะสมข้อมูลที่ได้เรียนรู้มาในแต่ละวัน พร้อมเป็นเป็นคลังข้อมูลที่จะเรียกเก็บกลับมาเรียกดู เรียกใช้ในเวลาต่อมา ในช่วงชีวิตหนึ่ง จะมีใครทราบหรือไม่ว่าเราใช้ช่วงเวลามากถึง 1 ใน 3 ของชีวิตหมดไปกับการนอนหลับ
     การนอนหลับไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการขอเวลานอกเช่นในการแข่งขันกีฬา ตรงกันข้ามการนอนหลับที่ดีเป็นช่วงเวลาสำคัญเพื่อสุขภาพของสมอง และสุขภาพกาย ตระเตรียมสะสม ลบล้างข้อมูล เพื่อวันใหม่ที่มาถึง ปัญหาในการนอนหลับ มีอยู่มากมาย ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและเป็นปัญหาต่อสุขภาพในระยะยาว ปัญหาเหล่านี้ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ อาจเริ่มตั้งแต่กว่าจะนอนหลับก็ยาก ไม่ยอมหลับ ไม่ยอมนอน เด็กจะร้องเอาแต่เล่น  หลับไม่นานก็ตื่น หลับยาวนานให้เพียงพอไม่ได้ หลับแล้วละเมอเดิน ปัสสาวะรดที่นอน หลับฝันร้าย การนอนหลับที่ไม่ได้คุณภาพจะส่งผลต่อการเจริญเติบโต ทำให้เจริญเติบโตช้า เนื่องจากในช่วงการนอนหลับลึกมีดวงตาแกว่ง เป็นช่วงเวลาสำคัญให้มีการหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโตออกมา  หรือหลายครั้งในเด็กที่นอนหลับไม่ดี กลับมีการกระตุ้นจนเด็กกินไม่เลือกเป็นผลจากฮอร์โมนที่กระตุ้นการอิ่ม การหิวผิดไป ทำให้เด็กกลายเป็นโรคอ้วน หรือเป็นผลจากเด็กเอาแต่จะกินตลอดเวลาในช่วงเวลากลางคืน การนอนหลับที่ไม่ดี นอนกรนมีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนระหว่างการนอนหลับ อาจทำให้เด็กมีปัญหาพฤติกรรมเป็นเด็กดื้อ ซุกซน หุนหันพลันแล่น มีปัญหาการหลับในโรงเรียน เอาแต่ง่วงนอนในเวลากลางวัน เรียนหนังสือไม่ทันเพื่อน มีผลการเรียนที่ไม่ดี ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก
     ธรรมชาติของเด็กควรมีความสุข มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีพละกำลังซุกซน น่ารักไปตามวัย เด็กจะอยู่ในสภาวะที่เป็นสุขนั้นได้ต้องมีการนอนหลับที่ดี เพียงพอ มีคุณภาพ หากเด็กที่มีปัญหาการนอนหลับ หรือไม่ยอมนอน เอาแต่เล่น สภาวะในครอบครัว จะเสมือนตกอยู่ในสภาพฝันร้าย                                                                     
       เด็กไม่ยอมนอน นอนหลับไม่เพียงพอ มีการศึกษาพบว่า เด็กที่มีปัญหาในการนอนมักไม่ได้รับการวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้น มีการวิจัยพบว่าในเด็กที่นอนกรน มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนขณะนอนหลับ Obstructive sleep apnea เมื่อทำการวิจัยว่าเด็กมีการหยุดหายใจเกิดขึ้นระหว่างนอนหลับหรือไม่ เด็กมีเสียงกรนดังขนาดไหน ลักษณะที่หายใจตอนกลางคืน หายใจลำบากอย่างไร นอนอ้าปากหายใจ เมื่อตื่นขึ้นรู้สึกสดชื่นอย่างไร   รวมทั้งสอบถามเอาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็กต่างๆ  เช่น ความสนใจในงาน ความสนใจในการเรียน การทำการบ้าน พฤติกรรมระหว่างการเรียนในโรงเรียน เด็กเอาแต่คุย เอาแต่เล่น กิริยาอาการต่างๆที่เข้าได้กับภาวะเด็กซุกซน ไม่อยู่นิ่ง ที่อาจเข้าได้กับภาวะ attention-deficit/hyperactivity disorder ผลการวิจัยพบว่ามีความสัมพันธ์กันในเด็กที่นอนกรนทำให้เด็กกลายเป็นเด็กที่ซุกซนไม่อยู่นิ่ง การนอนกรนจนอาจมีการขาดออกซิเจนเป็นครั้งคราว รวมทั้งการง่วงนอนมากในเวลากลางวันทำให้เด็กมีพฤติกรรมแบบเด็กดื้อมากตามมา โดยพบว่าเด็กนอนกรนจะกลายมาเป็นเด็กดื้อมากเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่มีปัญหาการนอน หากวิเคราะห์แต่เฉพาะเด็กผู้ชายที่อายุ 8 ขวบพบว่าเด็กที่นอนกรนทำให้กลายเป็นเด็กดื้อมาก ซุกซนไม่อยู่นิ่งเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า พ่อแม่จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ต้องสังเกตพฤติกรรมของลูก รวมทั้งปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการนอนหลับ เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาแต่เนิ่นๆ ทั้งนี้จะพบว่า ปัญหาการนอนกรนในเด็กมักเป็นผลจากการที่เด็กมีต่อมทอนซิล และต่อมอะดีนอยด์โตขนาดใหญ่ เมื่อผู้ป่วยเด็กกลุ่มนี้ได้รับการผ่าตัดเอาต่อมที่มีขนาดใหญ่เหล่านี้ออก แม้การนอนหลับจะเป็นไปด้วยดีแล้วก็ตาม ปัญหาด้านพฤติกรรมในเด็กดื้อก็อาจคงเป็นอยู่ ไม่ได้มีอาการดีขึ้นตามไปด้วย จะเห็นได้ว่าเด็กที่ปัญหาการนอนควรได้รับการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆเพื่อเป็นวิธีการป้องกันปัญหาทางด้านพฤติกรรมที่ยากจะแก้ไขในเวลาต่อมา
     พ่อแม่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเฝ้าสังเกตปัญหาที่เกี่ยวกับการนอนหลับของบุตรหลานของตน ไม่ว่าเด็กจะนอนคนเดียวหรือนอนร่วมห้องกับคนอื่นหรือพ่อแม่ ควรส่งเสริมให้เด็กได้นอนหลับอย่างมีคุณภาพ โดยเฝ้าสังเกตปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เด็กที่มีปัญหาการนอนกรนจนมีการอุดกั้นทางเดินหายใจแล้วอาจมีการหยุดหายใจตามมาได้นี้ ส่วนใหญ่มีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนร่วมด้วย
    ต่อไปนี้ เป็นลักษณะปัญหาทางด้านพฤติกรรมในเด็กที่พ่อแม่อาจพบได้ที่เกี่ยวกับการนอนหลับ
เด็กใช้เวลานานมากกว่าจะยอมนอนได้ พ่อแม่ต้องช่วยเหลืออยู่นานมาก
ตลอดทั้งคืนที่เด็กนอน เด็กตื่นขึ้นมาซ้ำๆกันหลายหน
การนอนที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่หลับสนิท ไม่นานพอ ทำให้เด็กมีอารมณ์หงุดหงิด มีปัญหาด้านพฤติกรรม
พ่อแม่ก็มีการนอนหลับที่ไม่ดี เนื่องจากปัญหาการนอนของลูก 
ความสัมพันธ์ของพ่อแม่กับลูกเลวร้ายลง
    หากเราสามารถทราบถึงสาเหตุปัญหาการนอนหลับที่เกิดขึ้นในเด็กและให้การรักษาปัญหาก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว คำแนะนำก่อนการเข้านอนของลูกมีดังนี้
     ต้องระลึกไว้ก่อนเสมอว่าการเข้านอนของลูกไม่ได้เป็นสิ่งที่แสดงว่าเราอยากผลักไสลูกจากพ่อแม่ไปเข้านอน หากเป็นเหตุนี้จะสร้างความกังวลทั้งต่อตัวพ่อแม่และตัวลูกในเวลาเดียวกันได้ เวลาเข้านอนจึงควรเวลาที่วิเศษสุดที่จะใช้เวลานั้นร่วมกันของพ่อแม่กับลูก พ่อแม่ส่วนใหญ่มักใช้เวลานี้ปลอบโยนลูก ควรใช้เวลาอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลา 10 -30 นาทีก่อนเข้านอนเป็นเวลาที่ทำอะไรพิเศษเพื่อลูก กิจกรรมดังกล่าวต้องไม่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เร้าใจมาก เช่นเล่าเรื่อง เล่านิทานที่น่ากลัว เล่นมวยปล้ำ กระโดดโลดเต้น เด็กๆต้องรู้ว่ากิจกรรมนี้ต้องมีเวลาอันจำกัดและพ่อแม่ต้องมีวินัยไม่ทำอะไรเกินกว่าเวลาที่กำหนดกันไว้ หากใจอ่อนยอมตามใจเด็ก เด็กจะเรียนรู้ได้ว่า เวลาเข้านอนสามารถเลื่อนออกไปได้ตลอดเวลา หากแต่ควรสอนเด็กและอาจมีกิจกรรมที่อาจสร้างความตื่นเต้น เร้าใจกัน ควรทำในช่วงตอนเย็น หลังเลิกเรียนช่วงนั้น
 ปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการนอนที่พบบ่อยในเด็กเล็ก จำแนกได้เป็น 3 แบบด้วยกันคือ
1.ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มนอนหลับ Sleep Onset Association
2.ปัญหาที่เกี่ยวกับการของการดื่มหรือรับประทานตลอดเวลากลางคืน Nighttime eating /drinking disorder
3.ปัญหาในการไม่ยอมเข้านอนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด Limit -setting problems
ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเริ่มนอนหลับ Sleep Onset Association
ในการนอนหลับตามปกติพวกเราจะมีการตื่นช่วงสั้นๆ ก่อนจะหลับต่อไป การตื่นนี้เกิดขึ้นในช่วงการหลับลึกที่มีการฝันที่จำได้หากตื่นขึ้นมาในช่วงนั้น เป็นการหลับที่มีการแกว่งของลูกตา ในช่วงวัยเด็กจะมีช่วงการนอนที่อยู่ในREM sleep มากกว่าในผู้ใหญ่ เด็กจะมีช่วงการนอนREM ประมาณ 50% ในผู้ใหญ่มีช่วงREM 20% ในช่วงREM sleepเราจะตื่นและหลับต่อไปได้เองอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัว แต่ในเด็กเล็กๆจะมีปฏิกิริยานี้ต่างจากในผู้ใหญ่ ในระหว่างการตื่นนี้เด็กอาจร้องไห้ดังหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยธรรมชาติพ่อแม่ต้องเข้ามาปลอบโยนเด็กในช่วงนี้ ตบก้น ลูบหลัง พ่อแม่ต่างค้นหาวิธีให้เด็กหลับต่อให้ได้อย่างรวดเร็วโดยการให้อาหาร ป้อนนม อุ้มขึ้นพาดไหล่  เขย่าตัวเบาๆ กล่อมให้หลับต่อ การกระทำอย่างนั้นเป็นเสมือนการสอนให้เด็กเรียนรู้ได้ว่าทุกครั้งที่ตัวเองตื่นขึ้นมาจะได้รับความช่วยเหลือดังกล่าวเสมอ หากวันใดก็ตามไม่ได้ความช่วยเหลือดังนั้นอีก หรือทำโดยคนอื่นไม่ถูกใจ เด็กจะไม่ยอมนอน
     เด็กควรได้พยายามปรับตัวเรียนรู้ได้ด้วยตนเองว่า การตื่นขึ้นมาเองของตน ตนเองก็สามารถหลับต่อไปได้เองโดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่น การตื่นขึ้นของเด็กแล้วแล้วพบอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเองสบายใจ เช่นตื่นมาแล้วพบกับตุ๊กตาหมีน้อยตัวโปรด เด็กจะหลับต่อเองได้ พ่อแม่ต้องตระหนักรู้ไว้ว่าเมื่อเด็กเล็ก ตื่นขึ้นมาเด็กสามารถจะหลับไปเองได้ อาจต้องฝืนใจบ้างในตอนแรก ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะสอนพ่อแม่ให้ละเลยกับเสียงร้องไห้ของลูก ต้องแน่ใจเสมอว่าเด็กอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย ไม่ได้หิว ไม่ได้เจ็บป่วยและไม่ได้อยู่ในสภาพชื้นแฉะของผ้าอ้อม ต้องสอนเด็กว่า เด็กสามารถจะหลับต่อไปได้เองเสมอ โดยไม่ต้องตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาหลับตอนไหน ตอนกลางวัน ตอนกลางคืน ในเบื้องแรกของการฝึก ดัดนิสัย เด็กอาจร้องไห้ ต้องระลึกไว้ว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งเด็ก เมื่อส่งเสริมให้เด็กมีความกล้า ปลอดภัย เด็กรู้สึกมั่นคง เด็กสามารถหลับต่อเองได้ อาจเลือกบางอย่าง บางสิ่งให้แกอุ่นใจ อาจเป็นผ้าขนหนู หรือตุ๊กตา ไม่ควรใช้เป็นหัวนมหลอก เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับฟันตามมาได้
ปัญหาที่เกี่ยวกับการขอการงดื่มหรือรับประทานตลอดเวลากลางคืน Nighttime eating /drinking disorder     
     เด็กเล็กบางคนหิวได้ตลอดทั้งคืน แม่เหนื่อยมากเด็กจะต้องได้กินจึงจะยอมนอน ทั้งๆที่ความจริงเด็กได้รับอาหารอย่างเพียงพอ อิ่มแล้วก็ตาม แม่บางคนเกิดความเข้าใจผิด กลับคิดว่าเป็นเวลาที่สามารถให้นมลูกได้อย่างง่ายๆ เวลาแกนอนหลับนี้ เด็กที่ทั้งคืนต้องกินนมมากกว่า 2 ครั้ง บางครั้งอาจได้น้ำมากเกินความจำเป็น เราสามารถสังเกตได้จากที่การที่มีผ้าอ้อมแฉะมาก เราควรลดทั้งจำนวนครั้ง และปริมาณการให้อาหารในเวลากลางคืน โดยแนะนำให้ยืดเวลาที่จะให้นมนานออกไป เรื่อยๆ จากที่ต้องให้ทานนมทุก 2 ชม เป็น 3 เป็น 4 แล้วเลิกการให้อาหารเวลากลางคืนไปได้ในที่สุด
    จึงไม่ควรสร้างนิสัย ส่งเสริมให้มีบรรยากาศเอาแต่รับประทานอาหารในครอบครัวเมื่อถึงเวลาก่อนเวลาเข้านอน จะพบว่าเป็นเหตุให้ทุกคนในครอบครัวได้อาหารมากเกินความจำเป็น เกิดเป็นโรคอ้วนตามมา โรคอ้วนนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับเด็กหรือผู้ใหญ่ จะหมุนเวียนมาทำให้เกิดปัญหาในการนอนหลับ  เช่นนอนหลับไม่สนิท นอนหลับได้ไม่เพียงพอ ง่วงนอนมากในเวลากลางวัน รวมทั้งทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนขณะนอนหลับ มีการหยุดหายใจ และมีโรคแทรกซ้อนตามมาอีกมากมาย ทั้งนี้เป็นผลจากพฤติกรรมการนอนที่ไม่ถูกต้องต่อเนื่องจากวัยเด็กก็อาจเป็นได้
ปัญหาในการไม่ยอมเข้านอนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด Limit -setting problems
     เมื่อเรากำหนดเวลาเข้านอนไว้ แต่เด็กไม่รักษากติกา เอาแต่เล่นไม่ยอมหลับ ไม่ยอมเข้านอน ซึ่งเป็นปัญหามากในเด็กโตขึ้นมาพอสมควรแล้ว เอาแต่เล่นเกมวิดีโอ เล่นเกมทางอินเทอร์เน็ต ติดการพูดโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ ไม่ยอมเข้านอน ปัญหานี้มักพบในเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไป ปัญหาอาจเกิดได้ทั้งในเวลากลางคืน และการนอนระยะสั้นๆของตอนกลางวันก็ได้ รวมทั้งอาจเกิดขึ้นระหว่างที่แกตื่นขึ้นมากลางดึก จากนั้นเด็กไม่ยอมนอนต่ออีก พ่อและแม่จะเหนื่อยมาก
     คำแนะนำมีอยู่ว่า ตั้งแต่เด็กยังเป็นเด็กเล็กๆอยู่ก็ตาม พ่อแม่ต้องแสดงให้เด็กเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพ่อและแม่ดีใจมากที่ลูกเรารู้ได้เองว่านี้เป็นเวลาเข้านอนแล้วนะ แม้ว่าเด็กจะดูตื่นตาตื่นใจ ไม่มีท่าทางง่วงนอนเลย รวมทั้งอาจแสดงออกมาว่าไม่อยากไปนอนเลย เด็กอาจสร้างวิธีการที่จะถ่วงเวลา หรือเลื่อนเวลานอนออกไปด้วยวิธีการต่างๆ ขอให้แม่กอดอีกหน่อย เล่นไอ้นี่อีกนิด ทานนั่นกันอีกดีกว่า ต้องเล่านิทานให้ฟังอีกหน่อยนะ พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีความมั่นคงในจิตใจ ต้องไม่ใจอ่อน ความสม่ำเสมอที่พ่อแม่ทำให้ลูกเห็นจะเป็นทางให้เราพาลูกเข้านอนได้ตรงเวลา ไม่ก่อให้ให้เกิดปัญหาเอาแต่จะเล่นไม่ยอมนอน
     การไม่ยอมนอนในเด็กเล็กแกจะเอาแต่ร้องไห้ ในเด็กโตอาจไม่ร้องไห้ แต่จะเอาแต่กระโดดลงจากที่นอน ไม่ยอมนอน หรือหนีออกจากห้องนอน เราต้องให้แกอยู่บนที่นอนให้ได้ อาจต้องลงกลอนประตูห้อง หรือพ่อแม่ต้องยืนเฉยอยู่ข้างที่นอนเพื่อให้แกนอน ไม่ควรใจอ่อนเดินไปนอนด้วยพร้อมกับไปเล่นกับเด็กต่อ ทำให้เด็กรู้ว่าแกมีเราอยู่ด้วย ปลอดภัย เรียกหาพ่อแม่ได้ สอนให้แกเชื่อใจจนเข้านอนได้เองเมื่อถึงเวลานอน การยืนให้เห็น หรือนั่งทำงานให้แกเห็นจากห้องนอนของเด็กได้ จนในที่สุดเด็กเกิดความมั่นใจ ในที่สุดแม้ไม่เห็นพ่อแม่แกก็พร้อมจะนอนเองได้
    พ่อแม่ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าเมื่อถึงเวลา เมื่อได้เวลาเข้านอนแล้ว เด็กก็ควรเข้านอน (ทั้งนี้รวมทั้งตัวคุณเองด้วย) เป็นการสร้างวินัยทั้งการนอนในตอนกลางวัน และการนอนในตอนกลางคืน การให้รางวัลเมื่อเด็กสามารถทำได้เองเป็นวิธีที่สร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็ก ในเด็กโต เด็กวัยรุ่นต้องตระหนัก และเข้าใจคุณค่าการนอน เด็กควรเอาใจใส่เมื่อถึงเวลานอน นอนได้เองเป็นเรื่องที่ควรทำ ทำได้เองแล้วเป็นเด็กน่ารัก พ่อแม่รัก พ่อชอบมากที่ลูกรู้จักเวลา ต้องพยายามทำให้สม่ำเสมอ ไม่มีข้อยกเว้น แม้วันนี้จะเป็นการนอนโดยที่ไม่มีพ่อแม่ ต้องนอนกับพี่เลี้ยง ย่าหรือยาย หรือเวลาไปท่องเที่ยวร่วมกันก็ตาม วินัยการนอนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะไม่สร้างปัญหา พฤติกรรมในการนอนหลับของเด็กที่อาจเกิดขึ้นในเวลาต่อมา โปรดระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือแม้แต่จะเป็นตัวของคุณเองเมื่อเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตามที่เมื่อเข้านอนหลับ แล้วสามารถหลับได้อย่างง่ายดาย หลับได้ยาวนาน ไม่ตื่นขึ้นมาบ่อยๆ จะทำให้ทุกคนมีจิตใจที่เบิกบานแจ่มใสในเวลากลางวัน การนอนหลับที่ดีขึ้นของลูกเราจะทำให้ครอบครัวเราพบแต่ความสุข ทำไมเราไม่สร้างพฤติกรรมที่ดีเกี่ยวกับการนอนให้แก่ลูกเรา ตัวเราเอง เริ่มต้นเสียตั้งแต่วันนี้ไม่ดีหรือครับ
References
1.      Ferber R. Solve Your child Sleep Problems New York : Simon and Schuster 1985.
2.      Cuthbertson J, Schervill S. Helping your child sleep through the night:A guide for parents of children from infancy to age five. New York: Doubleday.1985
3.      Gozal D. Sleep-Disordered Breathing and School Performance in Children.PEDIATRICS.1998;102(3):616-20
4.      Owens J , Opipari L ,Nobile C, et al. Sleep and Daytime Behavior in Children With Obstructive Sleep Apnea and Behavioral Sleep Disorders PEDIATRICS .1998;102(5): 1178-1184
5.      O’Brien L, Mervis C ,Holbrook C,et al. Neurobehavioral Implications of Habitual Snoring in Children. PEDIATRICS .2004;114(1): 44-9.
6.      Buzi F, Zanotti P,  Tiberti A , et al. Overnight growth hormone secretion in short children: independence of the sleep pattern Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism, 1993;77:1495-9.
7.      Resta O, Barbaro F, Bonfitto p, et al. Low sleep quality and daytime sleepiness in obese patients without obstructive sleep apnoea syndrome. Journal of Internal Medicine.2003;253 : 536  - 41.
 


สงวนลิขสิทธิ์เนื้อหาบทความ©ผศ.นพ. จักรพันธ์ สุศิวะ

     
 


ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์บทความหรือผู้ดำเนินการเว็บไซต์นี้ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
ผู้ประพันธ์บทความนี้ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 
     
 
     
     
เนื้อหาภายในเวปไซต์
Interesting Link

L10 Web Stats Reporter 3.15 LevelTen Hit Counter - Free PHP Web Analytics Script
LevelTen dallas web development firm - website design, flash, graphics & marketing